เขียนเมื่อ 2008-12-29 เวลา 09:00 โดย rinny@asiae.co.kr
แปลไทยโดย sukojang.exteen.com



'5 ปีดงบังชินกิ' กับความทรงจำที่ล้ำค่า ②



#2007 Oricon #1 "โทโฮชินกิที่คุณรู้จักเหมือนกับดงบังชินกิหรือเปล่า?"

ในเดือนสิงหาคมปี 2007 เป็นเวลา 2 ปี 4 เดือนนับจากที่พวกเขาเปิดตัวที่ญี่ปุ่น ตอนนี้พวกเขาทำงานจนถึงซิงเกิ้ลที่ 12 ชื่อว่า Summer Dream พวกเขาสามารถทำให้ซิงเกิ้ลนี้ขึ้นอันดับหนึ่งของโอริคอนชาร์ตซิงเกิลรายวันได้ พวกเขาทำงานกันอย่างหนักจนเริ่มได้รับสิ่งตอบแทนและลงเอยด้วยผลงานที่มีคุณค่า

ยุนโฮ: บางครั้งโชคของเราก็เล่นตลก บางครั้งมาเร็วจนพวกผมรีบตามไปคว้าไม่ทัน หากว่าพวกผมที่ได้ดีขึ้นกว่านี้อีกนิดเดียว พวกผมก็คงจะได้รับ "ความสำเร็จ" ตอบแทนกลับมา แต่คำว่า "อีกนิดเดียว" นั้นมันยากลำบากนัก เพราะพวกผมพูดภาษาญี่ปุ่นได้ไม่ดีเท่าไหร่ ในเดือนมิถุนายน ปี 2006 พวกผมมีโอกาสได้จัดคอนเสิร์ตเล็กๆ จากนั้นเป็นต้นมาดงบังชินกิก็ได้รับความสนใจและเป็นจุดเริ่มต้นให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น

จุนซุ: ครั้งแรกที่จัดคอนเสิร์ต ขนาดของเวทีมันเล็กมาก สถานที่ของทัวร์ครั้งแรกที่พวกผมขึ้นร้องแต่ละที่มันจุคนได้ประมาณ 500 คนเห็นจะได้มั้ง? ที่ซับโปโรก็จุคนได้ประมาณ 300 คน จำนวนหรอครับ? ผมจำได้หมดเลย ถ้าจะจัดคอนเสิร์ตที่เกาหลีสามารถจุผู้เข้าชมได้เยอะ แต่ที่ญี่ปุ่นจุคนได้ 300 คน ผมเลยรู้สึกแปลกๆ น่ะครับ"

ยุนโฮ: บางทีพวกผมนึกคิดอยากจะทำอะไรขึ้นมาได้ แต่ก็ติดตรงที่ขนาดของเวทีมันเล็กเกินไป จึงได้แต่ร้องเพลงและนั่งลงอย่างสงบเท่านั้นเอง ทุกอย่างที่เกิดขึ้นในเหตุการณ์นั้นทำให้พวกผมต้องปรับเพลงของพวกผมให้ดีมากขึ้น เพราะพวกผมทำได้แค่ร้องเพลง

กระแสความนิยมของพวกเขาในญี่ปุ่น สามารถเห็นได้จากความแตกต่างระหว่างสองสิ่ง พวกเขาต้องปรับตัวให้เข้ากับวัฒนธรรมญี่ปุ่น และร้องเพลงด้วยใจรักตามความสามารถที่พวกเขาสามารถจะทำได้เพื่อไปให้ถึงเป้าหมาย

แจจุง: ถ้ากลุ่มศิลปินต่างชาติเข้ามาที่ประเทศผมมาจัดคอนเสิร์ตเล็กๆ ในเมืองบ่อยครั้ง และเรียนรู้ภาษาเกาหลีไปด้วย คุณคิดว่าพวกเขาจะไม่สามารถเป็นที่รู้จักและเป็นที่ชื่นชอบในประเทศของพวกผมบ้างหรอ? มันก็เหมือนกับพวกผมแหละครับ พวกผมจะต้องเรียนรู้สิ่งต่างๆ ในญี่ปุ่นเป็นอันดับแรก และปรับตัวให้เข้ากับวัฒนธรรมของพวกเขาให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ครับ

ยุนโฮ: อีกอย่างเพลงของพวกผมก็ไม่ได้เป็นเพลงแนววัยรุ่นมากเท่าไหร่ (ในแง่ของการใช้คำศัพท์) ตอนไหนที่เพลงของพวกผมเป็นที่รู้จักเป็นวงกว้างแต่ยังไม่เห็นหน้าคนร้อง ผู้คนต่างก็คิดว่าพวกผมเป็นศิลปินกลุ่มชายรุ่นอายุ 30 ซะงั้น (หัวเราะ)

จุนซุ: ต่อมา ผมได้ยินอะไรมารู้ไหมครับ? พวกเขาเห็นผมเป็นกลุ่มผู้ชายอายุ 28 ปี โดยเฉพาะชางมิน พวกเขาคิดว่าเขาอายุมากที่สุดในวง (หัวเราะ) หมดมู้ดไอดอลไปเลยครับ ทั้งๆ ที่ความจริงแล้วเขาอายุน้อยที่สุดในวงต่างหาก (หัวเราะ)

ชางมิน: ใช่ครับ พอดีว่าร่างกายผมมันโตเร็วไปหน่อย (หัวเราะ) จริงๆ แล้วที่ญี่ปุ่นเขาว่ากันว่าผมเองก็เป็นนักร้องที่มีรูปบร่างดูดีคนนึงนะครับ

ยุนโฮ: อีกอย่างคือ พวกผมไม่มีไอเดียในการแต่งตัวที่อินเทรนด์ ก็เลยแต่งแต่ชุดที่เป็นทางการ บางทีอาจเป็นเพราะว่าตอนนั้นยังไม่มีอะไรที่เป็นลักษณะเฉพาะมั้ง เวลาที่เริ่มแต่งตัวพวกผมจะเลือกแต่งตัวตามใจชอบมากกว่า ซึ่งแต่ละชุดที่เลือกมาก็ไม่ได้ดูดีอะไรเลย อ้อ! มีเหตุการณ์หนึ่งที่ขำๆ มีอยู่วันหนึ่งผมกำลังไปถอนเงินที่ธนาคาร แล้วทีนี้ก็มีผู้ชายคนหนึ่งเข้ามาถามผมว่ารู้จักดงบังชินกิของเกาหลีหรือเปล่า (ซึ่งไม่มีใครรู้ว่าคนนี้แหละยุนโฮหนึ่งในสมาชิกวงดงบังชินกิ) (หัวเราะ)

จุนซุ: พวกผมก็เลยบอกเขาไปว่า พวกผมนี่แหละดงบังชินกิ แต่เขาก็ไม่เชื่อ ก็เลยบอกให้เขาเอารูปมาเทียบกับกับพวกผมดู จากนักเขาก็พูดว่า 'พวกนายก็ดูคล้ายๆ นะ แต่หน้านายไม่เหมือนในรูปเลย' (หัวเราะ)

แจจุง: เป็นเพราะว่าสไตล์การแต่งตัวของพวกผมมันแตกต่างกันมากแล้วพวกผมก็ไม่ได้แต่งหน้าด้วย มันก็เลยดูไม่เหมือนไอดอลสักเท่าไหร่

#2008 วางขายอัลบั้มที่ 4 แล้ว - "พวกเขาทำได้, ตอนนี้พวกเขาหัวเราะออกแล้ว"



ที่ญี่ปุ่นดงบังชินกิสามารถคว้าอันดับ 1 ของโอริคอนชาร์ตรายสัปดาห์ได้ถึง 4 ครั้ง พวกเขาจึงถือโอกาสนี้ลากลับบ้านเกิดของเขาด้วยความภาคภูมิใจ หลังจากที่พวกเขาเริ่มประสบความสำเร็จในญี่ปุ่น และเป็นกลุ่มไอดอลอันดับหนึ่งของเกาหลี จึงกลับไปพร้อมชื่อเสียง อีกทั้งเขายังได้รับการสนับสนุนให้เป็นไอดอลแถวหน้าของเกาหลีอีกด้วย

ระหว่างที่พวกเขากลับมานั้น ในการสัมภาษณ์ ดงบังชินกิกล่าวว่า "พวกเขาทำได้แล้ว" และคำพูดนี้ของพวกเขามักใช้ได้บ่อยครั้งจนเกือบเป็นความเคยชิน นักร้องส่วนใหญ่ก็มักจะพูดคำนั้นเมื่อกลับมา ดังนั้นมันจึงไม่ทำให้ซีเรียสเท่าไหร่ ตอนนี้พวกเราได้รู้แล้วว่าความกังวลและภาระที่พวกเขาเคยรู้สึกนั้น ในตอนนี้ก็ไม่มีอะไรที่จะต้องกังวลถึงมัน แต่พวกเราก็ยังรู้สึกแปลกใจที่พวกเขายังรู้สึกแบบนั้น

จุนซุ: คุณรู้สึกแบบนั้นใช่ไหมครับ? เวลาที่พูดแบบนั้น มันทำให้ผมเกือบร้องไห้แน่ะ! จริงอย่างที่พูดไปน่ะครับว่า ช่วงเวลา 1 ปี 7 เดือน ที่ผ่านมานั้นสำหรับทุกคนแล้วมันไม่นาน แต่พวกผมกลับกังวลมากเลยล่ะครับ ว่า 1 ปี 7 เดือนที่ห่างหายไปมันนานมากจริงๆ ผู้สื่อข่าวเคยถามว่า 'คุณสามารถชนะศิลปินคนอื่นๆ หรือเปล่า?' 'มีคู่เข้าชิงคนไหนที่คุณกังวลเป็นพิเศษมั้ย?' และพวกเขาก็พยายามให้ผมต้องตอบคำถามตามความเป็นจริง ทั้งๆ ที่พวกผมก็ตอบไปแล้ว แม้ว่าจะถามผมไปแบบนั้น แต่ผมรู้ว่าจริงๆ แล้วพวกเขาต้องการอะไร (เหมือนกับว่ารู้อยู่แล้วว่าใครจะชนะ) แต่คำถามเหล่านั้นมันยากแก่การตอบ ใครจะชนะบ้างก็ไม่รู้ มันยากแก่การคาดเดา พวกผมจะยินดีเมื่อมีคนพูดถึงการแสดงบนเวที แต่ว่าผู้คนรอบตัวผมต่างก็ทำให้พวกผมรู้สึกกังวัล

ยุนโฮ: เพราะพวกผมกลับมาพร้อมความสำเร็จจากการทำงานที่ญี่ปุ่น จึงได้รับความสนใจมากมายถึงผลรางวัลที่จะได้รับ ความคาดหวังจึงสูงมาก

แจจุง: หากคุณดูรูปจากงาน Golden Disk Award จะเห็นว่าพวกผมในนั้นโอบไหล่กันเป็นวงกลม ตอนนั้นพวกผมหัวเราะออกมาแล้วพูดว่า 'เฮ้! ตอนนี้ฉันรู้สึกดีชะมัดเลย!' จากนั้นพวกผมก็หัวเราะออกมาเต็มที่อย่างมีความสุจและรู้สึกดีมากๆ เลยล่ะครับ

และแล้วช่วงอัลบั้ม O-Jung.Ban.Hup ก็ผ่านไปพร้อมกับความรู้สึกมากมาย แต่ความรู้สีกที่มากมายนี้เป็นความรู้สึกที่วิเศษ ก็จะไม่รู้สึกพิเศษได้อย่างไร ในเมื่อชางมินที่เรารู้จักไม่เคยร้องให้ กลับต้องหลั่งน้ำตาออกมา

แจจุง: ผมนึกว่าเขาไม่มีทั้งเลือดทั้งน้ำตาซะอีกนะเนี่ย (สำนวนภาษาเกาหลี) (หัวเราะ) ในที่สุดก็เห็นเขาร้องให้

ชีอา จุนซุเองก็รู้สึกอย่างนั้นเช่นกัน ปีนี้นับว่าเป็นปีที่สุดยอดของดงบังชินกิกันเลยทีเดียว เพราะพวกเขาได้พบกับประตูแห่งชัยชนะในปีนี้ และนอกเหนือจากนั้นพวกเขายังได้รับรางวัล Plus Alpha ด้วย ความสำเร็จแต่ละอย่างที่ได้มาทำให้พวกเขามีกำลังใจ และสามารถหัวเราะได้อย่างมีความสุข

จุนซุ: ช่วงเดือนมกราคม พวกผมได้รู้ว่าต้องทำงานอะไรบ้างในปี 2008 ก่อนกลับเกาหลี พวกผมได้ประสบความสำเร็จที่ญี่ปุ่น จากการที่พวกผมสามารถอยู่ในโอริคอนชาร์ตรายสัปดาห์ได้อย่างสม่ำเสมอ จากนั้นพวกผมก็มีตารางงานในช่วงที่ผมกลับไปอยู่ที่เกาหลี ดูๆ แล้ว พวกผมมีงานที่ทำเพื่อเป้าหมายของพวกผมในปี 2008 นี้ พวกผมเองก็เคยคุยกันว่าถ้าอัลบั้ม Mirotic ขายได้ซัก 200,000 ชุดก็ดี แต่กลับขายได้ 300,000 ชุด พวกผมก็เลยมีความสุขมาก แถมยังได้อันดับ 1 ในโอริคอนชาร์ตรายสัปดาห์ถึง 4 ครั้งด้วยกัน ในขณะเดียวกันก็ยังได้อันดับ 1 ทั้งใน เกาหลี, ญี่ปุ่น, ไทย และไต้หวัน ถือว่าปีนี้เป็นปีที่ยอดเยี่ยมที่สุดจริงๆครับ

ยุนโฮ: เมื่อพวกผมได้รับรางวัล Plus Alpha แล้ว ก็เพิ่งรู้มาว่ามีแฟนเพลงผู้ชายให้ความสนใจด้วย เมื่อก่อนพวกผมเคยปลอมตัวออกไปเดินตามที่ต่างๆ ที่มีคนเยอะๆ ตอนนั้นเห็นกลุ่มผู้ชายยืนอยู่ และพวกเขาก็พูดถึงดงบังชินกิขึ้นมาว่า 'เฮ้! นั่นวงที่พวกผู้หญิงเค้าชอบกันนี่หว่า' เขาพูดแบบนั้น แต่ตอนนี้กลับได้ยินมาว่า 'วงนี้ก็เก่งดีนะ' 'วงนี้ขอนับถือเลย' นั่นเป็นคำพูดที่ผมได้ยินมาในตอนนั้นครับ

จุนซุ: ตอนนี้เวลาที่พวกผมแวะซื้อกาแฟที่ร้านคาเฟ่ซักแก้ว มีหญิงสูงอายุคนหนึ่งจำผมได้ครับ แต่ว่าบางคนจะจำยูชอนไม่ได้ เพราะพวกเขาคิดว่ายูชอนคงเป็นผู้ชายวัยรุ่นที่หน้าตาดีคนหนึ่งแค่นั้นเอง

ยูชอน: แต่ว่าตอนนี้พวกผู้หญิงก็จำผมกันได้แล้วนะ เมื่อวานมีหญิงสูงอายุที่มากับลูกสาวอายุประมาณ 30 ปี เค้าจำผมได้ด้วย ผมดีใจมากเลยล่ะ (หัวเราะ) แฟนๆ ช่วงอายุราว 20-30 ปีเวลาเห็นพวกผมจะไม่กล้าเดินเข้ามาขอถ่ายรูป แต่ตอนนี้ช่วยเข้ามาหาพวกผมและซักถามกันได้นะครับ

ชางมิน: ใช่ครับ ในปี 2006 มันให้ความรู้สึกว่า 'พวกเขาเป็นแฟนคลับที่มีอำนาจต่อพวกผม' เพราะพวกผมเป็นที่รู้จักกันมากมาย แต่ตอนนี้ มันรู้สึกราวกับว่าพวกผมค่อยๆ ใกล้ชิดกับแฟนๆ ได้มากขึ้น

#2009 - "พวกผมอยากแสดงที่โตเกียวโดม"



หลังจากที่พวกเขาเดบิวท์มา ดงบังชินกิเกือบไม่มีเวลาได้หยุดพักผ่อน เมื่อพวกเขาไม่ได้อยู่เกาหลี ก็จะยุ่ง กับการทำงานที่ญี่ปุ่น หากพวกเขาว่างจากการทำงานที่ญี่ปุ่น ก็ต้องไปยุ่งกับการทำงานที่ไทย, ไต้หวัน และประเทศ อื่นๆ ในเอเชีย เนื่องจากการหยุดพัก 10 วันของดงบังชินกิ เป็นสิ่งที่พวกเขาได้รับมาตลอด 5 ปี นี่คือสิ่งที่นักร้องที่มี ประสบการณ์ 10 ปีได้รับ

แจจุง: ผมลองคำนวนดูแล้ว มิวสิควีดีโอที่พวกผมถ่ายทำมี 42 ตัว ซิงเกิ้ลภาษาญี่ปุ่น 25 ชุด อัลบั้มเพลง ภาษาเกาหลีมากกว่า 40 เพลง พวกผมทำงานไม่ได้หยุดจริงๆ ครับ

เป้าหมายอย่างหนึ่งของดงบังชินกิในปี 2009 คือโทโฮชินกิกับการแสดงบนเวทีที่โตเกียวโดม เป้าหมาย ของพวกเขาไม่ได้ต้องการเพียงแค่ 1 หรือ 2 ครั้ง เท่านั้น แต่จะเป็นช่วงเวลายาวนานจนกว่า Arena Tour จะเสร็จสิ้น

จุนซุ: พวกผมอยากแสดงบนเวทีที่มีขนาดใหญ่และแสดงได้อย่างสวยงามและวิเศษ ในที่ที่มีแฟนคลับที่ คลั่งใคล้ในตัวพวกผมสามารถมารวมตัวกันเป็นกลุ่มใหญ่โดยไม่มีการแบ่งแยกระดับกัน

แจจุง: จากนี้ไป พวกผมก็จะปรารถนาบางอย่างที่ยิ่งใหญ่กว่า พวกผมจะสร้างมันขึ้นมาให้มันแข็งแกร่งขึ้น โดยตอนนี้จะค่อยๆ ทำให้เติบโตไปข้างหน้าด้วยความมั่นคงทีละเล็กทีละน้อย พวกผมอยากเคลื่อนไปสู่จุดที่สูงที่สุด เหมือนกับจุดสีแดงที่กลายเป็นเปลวไฟที่ลุกโหม ดังนั้นพวกผมจึงอยากมีความเข้มแข็งมากยิ่งขึ้น

ยุนโฮ: พวกผมอยากใช้เวลาในการทุ่มเท เป็นกลุ่มที่สามารถเปลี่ยนแปลงไปตามกาลสมัย เป็นกลุ่มที่สามารถปรับตัวได้ในทุกความแตกต่างของวัฒนธรรม

Source: http://www.asiae.co.kr/uhtml/read.php?idxno=2008122721395990850
Eng. Translation by ChangminLuvr @Yunho-sshi.com
Thai Translation by sukojang

 

 

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

อปป้า

เมื่อไรจะกลับมาในที่ๆเป็นของอปป้าตลอดกาลซะทีนะ

เหนื่อยบ้างไหม...อปป้าเหนื่อยมากรึเปล่า
ที่ต้องอยู่ในที่ๆยังไงมันก้ไม่ใช่ที่ของอปป้าแบบนี้
ชั้นเจ็บปวดแทน อปป้านะ มันเจ็บมากเลยรู้ไหม

อย่าฝืนอีกเลยนะอปป้า
กลับมาเถอะนะ พวกเรายังรออปป้าตลอด
ถึงการรอคอยครั้งนี้มันจะเนื่อนนานเพียงได้ จะเจ็บปวดเพียงใดก็ตาม

ได้โปรดกลับมาเถอะนะ



พวกเรารอ อปป้าเสมอ

#1 By [ 시기,,I'm cassiopeia ★ ] on 2009-03-09 16:19

จุนซูดูจะมีความสุขที่ได้เผาชางมินนะ 555+

#2 By [K]*ZZY™ on 2009-03-09 17:35

ขอบคุณมากเลยค่ะที่แปลให้ ^^

ชางมินโดนจุนจังนินทาว่าหน้าแก่อีกแล้ว 555 ^O^

ถ้าพยายาม มันจะเป็นไปได้ แจจุงเองก็เคยพูดแบบนั้น
ฉนั้นจงพยายามต่อไป
ไม่ว่าจะสำเร็จหรือล้มเหลว
แต่ก็ยังมีคนอีกมากมาย ที่รัก และรอพี่ๆเสมอ

#3 By nana (119.42.72.204) on 2009-03-09 20:25

ว้าว เจ๋งๆๆ แปลเองด้วยยอดไปเลย
แม้ ความสามารถน่ะอายุก็สุดยอดได้เนอะconfused smile Hot!

#4 By zero-be on 2009-03-09 22:11

พึ่งมีโอกาสได้เข้ามาอ่าน...ก่อนอื่นต้องขอบคุณจริงๆที่แปลงานออกมาให้อ่าน มีความสุขมากกกกกกกก

และที่สำคัฐทำให้เห็นถึงความเหนื่อยยากของเด็กๆ ขอให้ประสบความสำเร็จยิ่งๆขึ้นไปจนถึงความฝันที่จะได้เล่นคอนที่โตเกียวโดม..สู้ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

#5 By กัล (117.121.208.2) on 2009-03-10 12:34

แง้ๆๆๆๆ

ชางมินโดนหาว่าหน้าเเก่ เฉยเลยอ่า

ออกจะเด็ก question question

#6 By Flook (113.53.43.185) on 2009-03-10 21:06

อยากอ่านแล้ว มาอัพอีกเร็วๆนะคะ
และขอบคุณมากค่ะที่เอาเรื่องดีๆของทงบังชินกิอันเป็ฯที่รักมาให้อ่าน
อ่า...รู้สึกเหมือนสิมแนะนำตัวเลย
หวัดดีค่า ชื่อมุ่ยนะคะ ติดตามบล็อคนี้มานานแล้ว
แต่ว่าไม่เคยได้แสดงตัว วันนี้ดีใจจัดที่ได้อ่าน part 2 ซักที ขอบคุณอีกครั้งค่ะ

#7 By himasangjan on 2009-03-11 23:56

อ่านแล้วรู้เลยว่าเด็กๆร๊ากกกกกกันแค่ไหน
น้องมินโดนตลอดเลย(เป็นน้องเล็กก็ได้รับความเอ็นดูแบบนี้ล่ะ sad smile sad smile sad smile )

ปีนี้อยากได้โตเกียวโดม ก็ขอให้ได้นะ

เป็นกำลังใจให้ทั้งเด็กๆและคนแปลค่ะ

#8 By little g (125.26.225.8) on 2009-03-14 21:57

เติบโตไปพร้อมกันน้า...
พวกนู๋มีความพยามอยู่แล้ว...
สู้ๆ (อันนี้บอกตัวเอง...หุหุ)
........
ขอบคุณสำหรับคำแปลน่ะจ้า...

#9 By wasuranaide (203.147.46.8) on 2009-03-17 09:12

พวกพี่ๆต้องทำได้อยู่เเล้ว

ไฟต์ติ้งๆๆๆ

#10 By fukaze (202.176.86.56) on 2009-03-17 14:42

พวกผมอยากเคลื่อนไปสู่จุดที่สูงที่สุด จร้าแจจ๋าเราจะเดิน

ไปพร้อมกันนะ ดงบังชินกิ เข้มแข็ง สู้ สู้ ขอให้ได้เล่น

คอนที่โตเกียวโดมนะ เป็นกำลังใจให้จร้า

#11 By june (125.27.186.81) on 2009-04-10 21:35

สิ่งที่พวกเขาได้รับมาจากความทุ่มเทของพวกเขา

และเพราะพวกเขาทุ่มเทมาก เราจึงรักเขามากๆเช่นกัน

ขอบคุณที่แปลเรื่องดีๆให้อ่านกันนะคะ

ดงบัง ไฟต์ติื้ง ต่อปายย

#12 By madxmad (203.144.143.196) on 2009-04-14 02:40

big smile
พักบ้างก็ได้นะโอป้า

มีแรงแล้วค่อยสู้ต่อ

tvxq fighting!!!!

#13 By Noynoy (202.137.144.122) on 2009-07-03 19:35

อ่านแล้วรู้สึกว่า อยากให้พวกเค้าได้พักบ้างจัง
ความพยายามพวกนี้ไปเอามาจากไหนกันนะ
หยุดแค่ปีละ 10 วัน T^T

สมแล้วที่เป็นเทพเจ้าแห่งโลกตะวันออก

#14 By Puffy on 2009-07-13 12:26

thermal late major broadly extinction surface

#15 By braemwiell (216.45.58.186) on 2009-09-02 08:38