'5ปีดงบังชินกิ' กับความทรงจำที่ล้ำค่า1
posted on 04 Jan 2009 23:09 by sukojang in Translation
เขียนเมื่อ 2008-12-29 เวลา 09:00 โดย rinny@asiae.co.kr
แปลไทยโดย sukojang.exteen.com
'5 ปีดงบังชินกิ' กับความทรงจำที่ล้ำค่า ①
"ครบรอบ 5 ปีแห่งการเดบิวท์" ของดงบังชินกิ ศิลปินกลุ่มสุดฮอทกับความทรงจำอันล้ำค่า
พวกเขาเดบิวท์พร้อมกับความมั่นใจ เมื่อไหร่ที่พวกเราคิดว่าพวกเขาไม่สามารถทำได้ดีกว่านี้อีกปล้ว แต่พวกเขาก็สามารถทำได้ดีกว่าที่คิด พวกเขาใส่ใจในเรื่องของตลาดและธุรกิจของเพลงเพื่อพัฒนาให้ดียิ่งขึ้น มีคำพูดบางคำพูด ไม่ว่าจะเป็น 'ชื่อเสียงของเขามาจากภาพลักษณ์ภายนอกที่ดูน่าสนใจและแฟนคลับที่ชอบตามกระแสอย่างหน้ามืดตามัว' หรือ 'พวกเขาเป็นศิลปินกลุ่มที่ทำให้ทั้งเอเชียต่างก็ต้องการให้มาเยือนประเทศของตน' ต่อจากนี้จะเป็นเรื่องราว 5 ปี ตั้งแต่เดบิวท์ของดงบังชินกิ
เมื่อวันที่ 26 ที่ผ่านมา ดงบังชินกิได้จัดงานฉลองครอบรอบ 5 ปีแห่งการเดบิวท์ของพวกเขา โดยตารางงานของพวกเขาในวันนั้น จะมีงานแฟนมีตติ้งในงานครบรอบ 5 ปี และขึ้นโชว์รายการ 'Music Bank' ของสถานี KBS ในงานแฟนมีตติ้งดงบังชินกิจะขึ้นโชว์ด้วยรักอันร้อนแรงเพื่อแฟนคลับและความรักของแฟนคลับที่มีให้พวกเขา ส่วนในรายการ Music Bank พวกเขาก็ได้รับรางวัล 2008 MVP จากทางรายการด้วย วันนั้นถือได้ว่าเป็นวันที่ดีและมีความสุขที่สุดวันหนึ่งของดงบังชินกิ ฉัน(ผู้สัมภาษณ์)ได้พบพวกเขาได้ในเวลาอันสั้นได้และพูดคุยถึงความทรงจำที่มีค่าของพวกเขาตั้งแต่ 5 ปีที่ผ่านมาที่ห้องรับรองในวันนั้นด้วย
#2003 - สาวร่างกลม Brittney Spears กับการลื่นไถลของชีอา จุนซุ
ดงบังชินกิเปิดตัวอย่างเป็นทางการครั้งแรกเมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2003(หรือปี 2546) ทางช่อง KBS ในช่วง'BoA and Brittney Spears Special' ซึ่งเป็นช่วงโชว์พิเศษกับศิลปิน Pop #1 อย่าง Brittney Spears ดงบังชินกิได้มาออกรายการนี้ในศิลปินฐานะรุ่นน้องของ BoA
ยุนโฮ : ตอนนั้นพวกผมยังไม่รู้เรื่องซักอย่างอะไรเลยเกี่ยวกับระบบของการแสดงในรายการนี้ พวกเราอัดรายการถึง 9 วัน แต่กลับมีปัญหาว่าพวกเราจะไม่สามารถออกรายการในวันนั้นได้ พวกผมก็เลยกังวลมากเลยล่ะครับถ้ามันไม่ได้ออกอากาศจริงๆ (หัวเราะ) แค่โชว์เริ่มพวกผมก็รู้สึกกังวลแล้ว พวกเราต้องร้องเพลงบนเวทีที่ Spears และ BoA แสดง เมื่อรุ่นพี่ BoA ออกโชว์ก่อน พวกเราก็เลยตัดสินใจว่าจะทำใจให้สบายและเลิกคิดกังวล
แจจุง : พวกเราออกไปในตอนท้ายและทุกคนก็ทำได้ดี สำหรับผมแล้ว ผมรู้สึกเหมือนตัวเองทำได้ดีเยี่ยมเลยล่ะ (หัวเราะ)
ชังมิน : ตอนนั้นพี่จุนซุเขาลื่นนิดนึงด้วยครับ
จุนซุ : ที่มันลื่นก็เพราะว่ามีหิมะที่โปรยลงมาบนเวทีเยอะมาก ผมไม่ได้ล้มลงไปอะไรมากมายหรอกครับ แต่ว่าสีหน้าผมมันบ่งบอกชัดเจนเลยล่ะครับ ว่า "โอ้พระเจ้า ผมทำอะไรลงไปเนี่ย" มันแย่จริงๆ นะครับ ถ้าไม่ใช่เพื่อสมาชิกในวงล่ะก็ พวกเขาคงเห็นผมล้มลงไปจริงๆ แล้วแหละ
ยุนโฮ : ใช่ครับ มันตลกมากๆ เลยล่ะ จุนซุเป็นคนที่ล้มบ่อยมากที่สุดในวง ตอนนั้นเขาทรงตัวไม่ให้ตัวเองล้มได้ดีมากๆ เลยล่ะครับ (หัวเราะ)
ความจริงแล้วในเวลานั้นพวกเขาจำได้อย่างแม่นยำว่าตื่นเต้นมากขนาดไหนในดวลาอันสั้นนี้ และช่วงเวลาในการแสดง พวกเขาตื่นเต้นมากๆ จนไม่รู้สึกเซอร์ไพร์ซหรือดีใจที่เห็นหรือพบกับสาว Brittney Spears
ยูชอน : เพราะว่ามันเป็นโชว์ครั้งแรก พวกเราก็เลยรู้สึกตื่นเต้นมากเลยครับ แต่ว่ามีสิ่งหนึ่งที่เห็นแล้วทำให้พวกเรารู้สึกดีขึ้นมาบ้างก็คือ สาว Spears เพราะร่างของเธอจะอวบๆ นิดหน่อย ดังนั้นพวกเราก็เลยไม่ได้รู้สึกตื่นเต้นมากเกินไป (หัวเราะ) (ประมาณว่าที่พวกเขาตื่นเต้นก็เพราะว่าเธอน่ารักมากนั่นเอง)
จุนซุ : มันเป็นความรู้สึกของคนที่ได้เจอคนที่ไม่คิดว่าจะมาที่นี่น่ะครับ
ยุนโฮ : หลังจากที่โชว์ครั้งแรกของพวกเราจบลง ก็รู้สึกว่า "ว้าว! พวกเราได้เป็นนักร้องแล้ว!" แล้วพวกผมก็ออกนอกบ้าน แต่ปรากฏว่าไม่มีใครจำหน้าพวกเราได้เลย (หัวเราะ)
#2004 เปิดตัวเพลง Hug - "ทุนคนบอกว่าพวกเราคงไม่ได้เป็นไอดอลหรอก"
ในปี 2004 ตอนที่เปิดตัวซิงเกิ้ลเพลง Hug มีคนน้อยมากที่คิดว่าพวกเราจะเป็นนักร้องที่จะประสบความสำเร็จ เป็นเพราะว่าช่วงนั้นเป็นช่วงที่ศิลปินเดี่ยว ไม่ว่าจะเป็น Rain, Se7en หรือ Lee Hyeo Ri กำลังได้รับความนิยมอย่างมากในช่วงเวลานั้น ส่วนศิลปินกลุ่มที่ฮิตตอนนั้นมีเพียงวง GOD และ Shinwha เท่านั้น เมื่อทาง SM Entertainment ได้ประกาศเปิดตัวพวกเขาในฐานะศิลปินกลุ่มหน้าใหม่ ก็ได้รับการตอบสนองจากผู้คนชาวเกาหลีมาว่า "พวกเราจะคอยดูว่าศิลปินกลุ่มนี้จะไปได้ดีสักเท่าไหร่"
ยุนโฮ : ในตอนนั้นไอดอลอย่างพวกผมไม่มีผลอะไรกับตลาดเพลงหรอกครับ เพราะว่าพวกเราได้ผลการตอบรับทางลบจากผู้คนมากมาย มากกว่าคำว่า "พงกเขาจะไปเปิดตัวแล้ว" เสียอีก
วงดงบังชินกิมีชื่อเล่นว่า "SM5 Dream Team" ที่เป็นชื่อนี้ก็เพราะว่าพวกเขาเป็นกลุ่มที่รวบรวมคนที่มีความสามารถมาไว้ด้วยกันจนกลายเป็นกลุ่มที่เน้นในเรื่องของการใช้เสียงเป็นหลัก และนั่นจึงทำให้เกิดความกดดันสักแค่ไหนกับวงดงบังชินกินี้
ยูชอน : ตอนนั้นมีรายการเพลงที่ชื่อว่า 'This Month Rookies' ของช่อง MBC พวกเราได้รับเลือกในเดือนกุมภาพันธ์ด้วยครับ มันเป็นอะไรที่ค่อนข้างจะกดดันนะ เพราะในรายการนั้นถ้าเราได้รับเลือกเนี่ย เราจะต้องมาเข้าร่วมรายการนี้ติดต่อกันถึง 5 สัปดาห์เลยล่ะ
การโชว์ในรายการนี้ถือว่าเป็นตลาดที่ดีของพวกเขาเลยก็ว่าได้ เพราะนี่จะเป็นอีกหนทางหนึ่งที่จะทำให้วัยรุ่นได้ทำความรู้จักเกี่ยวกับเพลงใหม่ๆ ได้เร็วขึ้น เพลง Hug ของดงบังชินกิจึงสามารถกวาดอันดับหนึ่งในรายการ This Month Rookies ในปีนั้นได้ หลังจากที่ชนะ "รางวัล Rookie" แล้ว พวกเขายังสามารถได้รับชัยชนะจนได้รับรางวัลใหญ่อย่าง "บนซัง(bonsang)" ของงานด้วย นี่เป็นครั้งแรกที่ได้รับต่อจาก Seo Tae Ji และวง Children
แจจุง : ปีแรกที่พวกผมได้เปิดตัว ก็ได้รับความรักมากมาย ซึ่งสิ่งนี้ถือได้ว่าเป็นโชคที่ยอดเยี่ยมที่สุด การฝึกฝนฝึกซ้อมอย่างหนักก่อนการเปิดตัว ถือเป็นเรื่องปกติที่ศิลปินทุกคนที่ต้องเผชิญ แต่สิ่งที่พวกผมต่างจากศิลปินคนอื่นๆ ก็คือ พวกผมไม่เคยมีเวลาที่ดีๆ หลังการเปิดตัวเลย เพราะไม่ว่าพวกผมจะไปที่ไหนก็ไม่ค่อยมีคนรู้จัก เมื่อพวกผมได้ไปประเทศญี่ปุ่นก็รู้แล้วแหละว่า พวกผมรู้สึกโดดเดี่ยวแค่ไหนกับการอยู่โดยที่ยังไม่เป็นที่รู้จัก เพราะยังไม่มีชื่อเสียงมาก่อนเลยแม้แต่น้อย
# 2006 Grand Slam - งานประกาศรางวัลส่งท้ายปี Award Ceremony และ Blank Covered University Auditorium
ในปี 2006 ดงบังชินกิ เจ้าของฉายา เทพบุตรที่กำเนิดจากโลกฝั่งตะวันออก สามารถเข้าสู่งโลกแห่วงการเพลงยอดนิยมด้วยเพลง O-Jung.Ban.Hup. โดยพวกเขาสามารถทำสถิติยอดขายได้มากที่สุดในบรรดาอัลบั้มทั้งหมดของพวกเขา ด้วยยอดขายอัลบั้ม 340,000 ชุด ไม่ใช่แค่นั้น ในงานประกาศรางวัลส่งท้ายปีอย่าง Award Ceremony พงกเขาสามารถกวาดรางวัลหลักของงานนี้ได้อย่างสบายๆ รวมไปถึงกิจกรรมในงาน Grand Slam ด้วย จนกลุ่มผู้อาวุโสได้ตั้งชื่อเล่นให้กับเหล่าสมาชิกของวงดงบังชินกิว่า "รูปหล่อหน้าใหม่" หลังจากที่สามารถชี้วัดได้ว่าพวกเขามีการพัฒนาขึ้น จนตอนนี้ตำแหน่ง "ดาวที่ได้รับความนิยม" ได้ถูกแทนที่ด้วยชื่อดงบังชินกิไปเรียบร้อยแล้ว และพวกเขายังได้รับความนิยมในกระแสเพลงป๊อบอีกด้วย
ยุนโฮ: เป้าหมายในการแสดงโชว์ของพวกเราในตอนนั้น ผมคิดว่านั่นเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมการเปิดโอกาสของพวกเราจึงได้แค่ครึ่งๆ กลางๆ จากผู้ผูชม อย่างเพลง Hug ประสบความสำเร็จไม่ได้ดังคาดหมายจากผู้คน รวมถึงเพลง O-Jung.Ban.Hup การตอบรับจากผู้คนทั้งหมดก็ไม่ได้ดังคาดเช่นกัน แน่นอนอยู่แล้วว่าแรงสนับสนุนจากแฟนๆ เพียงอย่างเดียวไม่ได้ทำให้ประสบความสำเร็จ หากแต่พวกผมต้องทำงานให้หนักขึ้น ด้วยความกระตือรือร้นและความรู้สึกอย่างแรงกล้าเท่าที่พวกผมจะสามารถทำได้
นอกเหนือกว่าความทรงจำที่มีความสุขของพวกเขาจากการทำงานอย่างหนักจนพวกเขามีชื่อเสียง พวกเขาคิดว่าพวกเขามีความสุขและสนุกกับมันในช่วงเวลานั้น แต่ทางบริษัทที่เขาสังกัดกลับพูดถึงญี่ปุ่นซึ่งจะนำไปสู่การทำงานที่หนักยิ่งขึ้น แม้ว่าตอนนั้นพวกเขายังไม่เป็นที่รู้จักกว้างนักในเอเชียเหมือนกับตอนนี้ พวกเขาจึงเริ่มต้นจากศูนย์ในญี่ปุ่น เหมือนกับที่เขาเคยทำแล้วมาในประเทศเกาหลี ด้วย "กลุ่มศิลปินที่ไม่มีชื่อเสียง"
ชางมิน: ผมจำได้ว่าพวกผมไปประเทศญี่ปุ่นหลังจากที่ได้รับรางวัลใหญ่ในเกาหลีแล้ว เพื่อแสดงคอนเสิร์ตการกุศลเพราะพวกผมเริ่มต้นใหม่จากศูนย์ที่ประเทศญี่ปุ่น ด้วยความหวังและวิญญาณอันแรงกล้า นั่นเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมพวกผมไม่มีเวลาพอที่จะแสดงคอนเสิร์ตหลังจากชนะรางวัลใหญ่
แจจุง: ในฐานะโทโฮชินกิเป็นการเริ่มต้นง่ายกว่าในการทำงานที่ญี่ปุ่น ไม่ใช่ในฐานะดงบังชินกิ พวกผมได้ใช้พลังของแฟนคลับช่วยให้พวกเราสามารถแสดงคอนเสิร์ตได้ 1 หรือ 2 คอนเสิร์ตเมื่อกลับเกาหลี แต่ด้วยขีดจำกัดในแนวเพลงของพวกผมทำให้มีผู้คนสนใจอยู่ในวงแคบ พวกผมจึงอยากที่จะใกล้ชิดกับคนกลุ่มใหญ่มากขึ้นจึงต้องวางแผนการทำงานอย่างหนักเพื่อสิ่งที่ต้องการในวงการ J-Pop
เมื่อถามถึงแต่ละเวทีการแสดงที่โดดเด่นในความทรงจำของพวกเขา เสียงของสมาชิกทั้งห้าคน ก็ตอบเป็นเสียงเดียวกันทั้งหมด ณ ตอนนี้ พวกเขาได้มานั่งที่นี่และพูดคุยถึงประสบการณ์ของพวกเขา และสุดท้ายเรื่องราวทั้งหมดของพวกเขา ได้มีหนึ่งสิ่งที่มีอยู่ในความพยายามของพวกเขาทั้งห้า
แจจุง: การแสดงบนเวทีที่เด่นชัดในความทรงจำของผม คือการแสดงที่หอประชุมของมหาวิทยาลัยโม (Moh University Auditorium) เวทีที่ผมแสดงมันสูงกว่าที่นั่งคนดูแค่ 1 มิลเท่านั้นเองและที่พื้นเวทีทั้งหมดปูด้วยเรซิ่น(yellow vinyl lining) จึงไม่สามารถแสดงบนเวทีนั้นอย่างปกติได้ มีคนมารวมกันที่นี่ 500 คน ผมพนันได้เลยว่าพวกเขาที่อยู่หลังที่นั่งไม่สามารถมองเห็นพวกผม (หัวเราะ)
ชางมิน: ผมยังจำได้แม่นเลยว่าพวกผมถือไมค์ร้องเพลง O-Jung.Ban.Hup แล้วได้เกี่ยวสายไฟล้มด้วย (หัวเราะ)
ยุนโฮ: แล้วพวกเราเต้นเข้ากันได้ยังไงเนี่ย? มันเหมือนกับว่ากำลังเล่นอะไรกันอยู่อยู่ก็ไม่รู้ (หัวเราะ)
ยูชอน: เมื่อไหร่ที่พวกเราไปร้านขายซีดี สิ่งที่ต้องเจอก็คือ การพบปะและได้จับมือกับแฟนคลับ รวมถึงร้องอะคาเปล่านิดๆ หน่อยๆ ให้พวกเขาฟังด้วยครับ
ตอนต่อไปจะเป็นเรื่องของดงบังชินกิกับโอริคอนชาร์ตรายสัปดาห์อันดับหนึ่งของญี่ปุ่น และความเหน็ดเหนื่อยของดงบังชินกิที่ดูเหมือนว่าจะไม่มีวันจบสิ้น แม้ว่าเสียงของพวกเขาได้พัฒนาขึ้นและดีขึ้นตามลำดับก็ตาม รอติดตามได้ในตอนต่อไป
Source: www.asiae.co.kr/uhtml/read.php?idxno=2008122719584101689
Eng. Translation by ChangminLuvr @Yunho-sshi.com
Thai Translation by sukojang

#1 By Beer on 2009-01-19 08:51